AB Testing คือ วิธีการหนึ่งของนักการตลาดที่ใช้สำหรับทดสอบ พฤติกรรมผู้บริโภคว่าเป็นอย่างไร
โดยการ “ลองผิดลองถูก” ธรรมดานี่แหละ
คำถามคือแล้วเราจะทดสอบอะไรได้บ้างหละ และทดสอบไปทำไม ?
คุณเคยลังเลไหม ว่าจะเลือกอะไรดี เช่น คุณเปิดร้านขายเสื้อผ้าอยู่ และมีลูกค้าอยู่กลุ่มนึงเป็นลูกค้าในกรุงเทพฯ
คุณกำลังตัดสินใจที่จะผลิตเสื้อผ้าล็อตใหม่ออกมา แต่ไม่รู้ว่า จะเลือกอันไหนดีระหว่าง เสื้อลายสีฉูดฉาด กับ เสื้อเรียบแต่ดูดี
.
.
หากคุณจะต้องผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก แล้วปรากฏว่าลูกค้าไม่ต้องการ (พูดง่ายๆคือ ขายไม่ออก) มันก็จะทำให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจได้
.
.
เราจึงมีวิธีการทดสอบแบบง่ายๆ โดยการ ผลิตมันออกมาทั้งสองแบบเลย แต่ในปริมาณน้อยๆก่อน เพื่อทดลองพฤติกรรมของลูกค้า
แล้วดูว่าสินค้าชนิดใดเป็นที่ต้องการมากกว่ากัน ก็เลือกที่จะผลิตในปริมาณมากๆ … ง่ายไหมครับ
.
.
โดยปกติแล้วผมก็ใช้เทคนิคนี้บ่อยครั้งมากกับการทำ Email Marketing ซึ่งก็เกิดจากความลังเลหรือไม่รู้ว่าผู้บริโภคจะเลือกอะไรอีกนั่นแหละ
สมมติผมต้องการจะส่งอีเมล์บอกโปรโมชั่นลูกค้าว่า มีสินค้าลด นู้น นี่ นั่น มากมายกว่า 70% แต่ผมไม่รู้ว่าจะเลือกหัวข้อ (Email subject) อะไรดี คนส่วนใหญ่ หรือลูกค้าถึงสนใจที่จะยอมเปิด และคลิกมัน
ผมก็เลยตั้งหัวข้อเอาไว้ 3 แบบด้วยกันคือ
- โปรโมชั่นออกใหม่ เดือนนี้
- นาฬิกาแบรนด์เนมลดสูงสุดถึง 70%
- ลดล้างสต๊อก ใครช้าอดนะจ๊ะ!
.
.
หลังจากตั้งหัวข้อเสร็จ ผมก็จะทำการส่งอีเมล์ 3 รูปแบบนี้ไปยังสมาชิกหรือลูกค้าผม โดยส่งไปเป็นจำนวนเท่าๆกัน หัวข้อละ 200 ฉบับ
ผลลัพธ์ปรากฏว่า แบบที่ 2 มีผลตอบรับดีที่สุด 39% วันถัดไปผมจึงเลือกที่จะใช้หัวข้อที่ 2
ในการส่งหาลูกค้าที่เหลือทั้งหมด ลักษณะแบบนี้เป็นต้น
เทคนิคนี้เอาไปใช้ได้กับทุกอย่างนะผมว่า เช่น การจีบสาว หากอยากรู้ว่าระหว่าง
การเดินไปขอเบอร์โทรตรงๆ กับ ให้เพื่อนไปขอให้ อันไหนมันเวิร์คกว่ากัน ^__^”
ก็ลองมันทั้งคู่เลยครับ ถ้าเพื่อนไปขอดีกว่า ก็ใช้แต่มันนี่แหละ 555+











